นานเท่าไหร่แล้วนะที่ไม่ได้มีโอกาสไปดูหนังที่โรงภาพยนตร์..
นานมาก...นาน...จนจำแทบไม่ได้เลยทีเดียว..ว่านานแค่ไหน...
แต่ที่จำได้คือ..มีใครคนสำคัญชวนไปดูหนังเมื่อคืนวันลอยกระทง ปีที่ผ่านมา...
ทั้งที่บอกว่ายังทำงานยังไม่เสร็จ...แต่แล้วก็..มาเซอร์ไพส์...
และพาไปลอยกระทง.....ดีใจที่สุด...เย้ เย้...
(นับเป็นการลอยกระทงในรอบสิบปีก็ว่าได้ที่ได้ลอยกับคนสำคัญ.....)
หลังจากลอยกระทงเสร็จมีคำถาม.....
โดยให้เลือกว่า..จะไปดูหนังกัน...หรือหาข้าวทานแล้วนั่งคุยกันดี....
ทั้ง ๆ ที่คนชวน..ไม่ชอบดูหนังในโรงภาพยนตร์เลยด้วยซ้ำ...
อาจจะเป็นเพราะไม่มีเวลาว่างเว้นจากการงาน....
และอาจจะรวมกับการไม่ชอบที่....ผู้คนมากมาย (มั้ง)
ในวันนั้น...เราเลือกที่จะไม่ดูหนัง...
แต่ไปหาร้านอาหารนั่งฟังเพลงและทานข้าวกันจนดึก...
จำชื่อร้านไม่ได้..แต่เป็นร้านที่..เสียงเพลงดัง...ถึงดังมาก....
จนทำให้เราคุยกันแทบไม่ได้ยิน....
แต่เราก็ยังนั่งคุย..กัน...ไป...ทาน..ไป...จนดึก...
แล้วก็กลับ...อย่างมีความสุข...ในวันลอยกระทง...
.....ช่างเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข...อีกช่วงเวลาหนึ่งจริง ๆ ...
แม้จะผ่านมาหลายเดือนแล้วก็ตาม...
ทุก ๆ เรื่องราวที่เกิดขึ้น...เป็นความทรงจำดี ๆ...
เป็นช่วงเวลาที่เปิ้ลนึกย้อนไปที่ไร...
ก็นั่งอมยิ้มคนเดียวทุกทีซิท่า.....ฮา ฮา...
(แม้บางทีก็แอบคิดว่า...ใครคนนั้นจะจำได้มั้ย..หนอ??)
-------------------------------------------------
เช้าวันอาทิตย์ที่ 3 พ.ค. 52 ....เสียงโทรศัพท์ดังเข้ามา...
Ringtone ...ที่คิดถึง..เพราะรักเธอใช่มั้ย..
.
..ที่อ่อนไหว..ง่ายดายก็เพราะรักเธอจริง ๆ ....
เปิ้ล :: ฮาเหล่....ว่างัย..จิ๊บซี่
จิ๊บ :: เปิ้ลวันนี้ทำงานเปล่า...
เปิ้ล :: ทำจ๊ะ...เลิกบ่ายโมงสี่สิบ ..มีอาไรเปล่า..
จิ๊บ :: ไปหาซื้อเสื้อผ้ากัน...เมโทร...ห้างเปิดใหม่แถวพันธุ์ทิพย์..ไปปะ..
เปิ้ล :: ได้..แต่เลิกงานก่อนนะ...ได้ปะ
จิ๊บ :: อืม รอได้..เลิกแล้วก็โทรมาแย้วกัน..จะแต่งตัวรอ...
....แล้วหญิงเปิ้ลก็ไปปฏิบัติหน้าที่จนเสร็จภารกิจ..
.
.จนเวลาเลิกงาน...แล้วโทรกลับไปหาคุณนายจิ๊บซี่
เปิ้ล :: จิ๊บเลิกงานละ...เอางัย...
จิ๊บ :: อืม..ร้อนมากเลยงะ..เอางี้..เปิ้ลนั่ง taxi มารับจิ๊บที่บ้านนะ
.
..เดี่ยวจิ๊บบอกทาง taxi ให้
เปิ้ล :: งืม งืม ได้...สรุปไปไหน...นะ
จิ๊บ :: ยายเปิ้ล..น้ำเสียงเหมือนไม่ค่อยอยากไปเดิน shopping เลยนะ
เปิ้ล :: งืม เหนื่อย ๆ นิดหน่อย..แต่ได้ทั้งนั้น..สบายมาก
จิ๊บ :: นั้นเองงี้...ทานไรยัง...ไปดูหนังกันดีกว่า...
เปิ้ล :: ยัง....ตามใจ..แต่ตอนนี้หิวมาก...อยากกินข้าว...กะกินไอติมเย็น ๆ งะ
จิ๊บ :: โอเค...นั้นไปดูหนังกัน..ฉันอยากดู ม.3 ปี 4 เรารักนาย...โอเคปะ..
เปิ้ล :: โห้...หนังไทย...ดู x-men ไม่ได้เหรอ
จิ๊บ :: ไม่เอา...ฉันจะดูหนังไทย...อยากดู...
เปิ้ล :: โอเค โอเค...เดี๋ยวเจอกัน...
-------------------------------------------------
สรุป...เราทั้งสองก็ดู ม.3 ปี 4 เรารักนาย.....
ระหว่างนั่งดูไป...เปิ้ลก็พยายามจับประเด็นว่าเปิ้ลได้อะไรจากหนังเรื่องนี้..???
และนี้คือบางส่วนที่กล่าวถึงเรื่องราวของหนังเรื่องนี้.....
ในวันที่ MSN นำคน 2 คนมา รัก กัน
ความรักเกิดขึ้นได้
แค่คุยกันโดยไม่ต้องเห็นหน้า
เราจะรู้ได้อย่างไร ? ว่า นี่คือ
รักแท้ และ คนที่เรากำลังรักอยู่นั้น เป็นคนที่ ใช่ จริง ๆ
หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องราวของวัยรุ่น..2 คู่..พี่น้อง...
ฝ่ายหญิงชื่อ..แจง กับจูน..เป็นพี่น้องที่สนิทและรักกันมาก..
ฝ่ายชายชื่อ..นัท กับ ธีร์...(นักเรียนแพทย์ปี 4 )เป็นพี่น้องกัน..
คู่น้อง..นัทและแจง..เล่น msn แล้วเกิดความรัก..รักแบบใส ๆ..แบบเพื่อนกัน..
แล้วอยากไปเจอกัน...โดยคนหนึ่งอยู่ กทม. อีกคนอยู่ ภูเก็ต...
โดยนัทนั่งเครื่องบินเพื่อไปพบแจง...ที่ภูเก็ต..และไปช่วยแจงขายติ่มซำ
แจงได้พานัทไปเที่ยวแหลมพรหมเทพ
.
...โดยบอกว่าจะพามาดูสถานที่ที่สำคัญที่สุด...
โดยบอกว่า..ให้ถึงเวลาสมควรก่อนแล้ว..จะพามาดูอีกครั้งใน 20 ปีข้างหน้า..
(สถานที่แห่งนั้นคือ..สถานที่ที่พ่อแจง..ขอแม่แจงแต่งงาน)
ส่วนคู่พี่...ธีร์ หนุ่มแพทย์เพลบอย..มีสาว ๆ มารุมล้อม..แต่ไม่ได้ชอบใครเลย
เนื่องจากส่วนลึกอยากเจอผู้หญิงที่ไม่เสแสร้ง...สามารถช่วยเหลือตัวเองได้..
จนกระทั้ง..วันหนึ่งธีร์ได้ออกมาจากสถานบันเทิง...และวันนั้นฝนตก..
ธีร์มองข้ามฝั่งถนนไป..เห็นหญิงสาว..กำลังอยู่ในชุดราตรี
.
..และยื่นเปลี่ยนยางที่แตกอยู่..
ทำให้ธีร์เกิดหลงรักทันที...โดยหญิงสาวคนนั้นคือ..จูล..พี่สาวแจง..โดยหารู้ไม่ว่า..
วันที่ธีร์โทรหานัทน้องชาย...ที่ไปภูเก็ตแล้ววันนั้นคนรับโทรศัพท์คือจูลพี่สาวแจง
โดยนายธีร์..ได้ว่าต่าง ๆ นา ๆ กับจูลไว้ไม่ดี.
.
.ทำให้จูลโกรธโดยยังไม่ทันเจอหน้ากันเลย..
พอรู้ความจริงว่าจูลคือหญิงสาวที่ตัวเองหลงรัก
.
..ก็เกิดคิดว่าจะต้องทำงัยดี..ที่จะขอโทษ
โดยธีร์มีที่ปรึกษาดี..คือป้าแหม่ม (แสดงโดยป้าจุ๊)
คนไข้ประจำตัวธีร์ที่คอยแนะว่าธีร์ควรทำวิธีไหนที่พิชิตใจสาว....
เรื่องราวน่ารักต่าง ๆ เกิดขึ้นมากมาย...ในหนังเรื่องนี้...
มีจุดหักมุม...ที่สามารถทำให้อาจจะเรียกน้ำตาคนที่ Sensitive ได้เลยทีเดียว..
:: ต้องไปติดตามดูกันเอง.....เองนะจ๊ะ....อิอิ.....::
-------------------------------------------------
เปิ้ลนั่งดูอย่างตั้งใจจนจบเรื่อง....ถามว่าเปิ้ลประทับใจอะไรในหนังเรื่องนี้...
เปิ้ลกลับไม่ได้ประทับใจในความรักของเด็ก 4 คนนี้...
แต่ก็อาจจะมีบางช่วงที่น่ารักแว๊บ ๆ ..เท่านั้น....
แต่สิ่งที่เปิ้ลประทับใจ..กลับกลายเป็นความน่ารักของ..
ครอบครัวนางเอก..ความรักของแม่กับลูก
แม่และลูกสาวสองคน...ที่แม่ต้องเป็นทั้งพ่อและแม่ในเวลาเดียวกัน..
เนื่องจากผู้เป็นพ่อได้เสียชีวิตไปตั้งแต่สองสาวยังเยาว์วัย....
แม่ต้องคอยดูแลลูกสาวทั้งสองให้ดี..เป็นคนดี...
โดยที่ทุกครั้งที่แม่พูดถึงพ่อ..แม่จะมีรอยยิ้ม..และเต็มไปด้วยความรัก...เสมอ..
สิ่งที่แม่สอนลูก..ทั้งสองเกี่ยวกับความรักคือ...
ไม่ว่าจะรักใคร..ให้ถามใจตัวเองก่อน....
และขอให้รักนั้นเกิดมาจากข้างในจิตใจ...และเป็นรักแท้..
รวมถึงเปิ้ลประทับใจความรัก..ระหว่างพี่กับน้อง..ที่รักและผูกพันกันมาก...
พี่น้องคอยดูแล..เข้าใจกันทุกเรื่อง.....ทั้งยามสุข..ยามเศร้า
จนกระทั้ง..ฉากที่สามารถเรียกน้ำตาให้เปิ้ลได้คือ..
ฉากที่น้องสาวต้องเสียชีวิต............
เพราะพี่สาวขับรถไปรับน้องสาวที่โรงเรียนแล้วขากลับเกิดอุบัติเหตุ..
แล้วพี่สาวรับสภาพไม่ได้ที่น้องต้องเสียชีวิตเพราะตัวเอง....
ฉากที่แม่ร้องไห้แล้วบอกว่า.....
ในชีวิตแม่..แม่เสียไจมากที่สุด 2 ครั้ง..ครั้งแรกตอนพ่อของลูกเสียชีวิต....
ครั้งที่สองตอนแจงเสียชีวิต..แล้วตอนนี้แม่กำลังจะเสียจูนไป
.
..จูนคิดว่าแม่จะอยู่ได้งัย...
ห้วงอารมณ์นั้นเรียกได้ว่า..สะกดความรู้สึกให้อึ้งไปได้เลยทีเดียว...
-------------------------------------------------
....สิ่งที่เปิ้ลแว๊บขึ้นมาในหัวสมอง ณ เวลานั้น...เปิ้ลคิดถึงน้องปอ...
น้องสาวคนเดียวของเปิ้ล....น้องสาวที่เปิ้ลรักที่สุดและห่วงที่สุด...
เปิ้ลกลับนั่งนึกถึงเหตุการณ์เมื่ออดีต...........
เมื่อประมาณ 7 ปีที่แล้ว...ช่วงเวลาที่น้องปอเริ่มเป็นวัยรุ่นและติดเพื่อน..
น้องปอเถียงแม่..เวลาที่แม่สอน..แม่บ่น..แม่ห่วง...
จำได้วันนั้น..เปิ้ลนั่งฟังน้องปอเถียงกับแม่..เป็นเวลาเกือบครึ่งชั่วโมง..
จนเปิ้ลรู้สึกทนไม่ได้..และเผลอ..ตีน้อง........
จำได้ว่าเป็นครั้งแรกและครั้งสุดท้ายที่ตีน้อง..
โดยที่น้องปอ..ไม่ต่อสู้..ได้แต่ตะโกนแล้วร้องไห้ว่า.. เอาเลยตีหนูให้ตายเลย....
ระหว่างตีเปิ้ลก็พูดว่า.. ทำไมต้องเถียงแม่..ที่แม่บอกเพราะแม่ห่วงทำไมไม่เชื่อ..
ทุกคนรักน้องปอ....ทุกคนห่วงทำไมไม่เชื่อ
เปิ้ลตีน้องจนแม่ต้องเข้ามาห้าม...ว่าพอได้แล้ว..
ถามว่าทำไมเปิ้ลต้องตีน้อง...คงเพราะเห็นน้องเถียงแม่แล้วอารมณ์ขึ้น.....
และด้วยความที่ห่วงและรักน้องมาก...ไม่อยากให้ทำแบบนี้
แล้วตัวเปิ้ลเอง..ก็มานั่ง...ร้องไห้...กับการกระทำของตัวเองในวันนั้น....
รู้สึกผิดกับการกระทำของตัวเองในวันนั้น.....
รู้สึกแย่กับการกระทำที่ใช้อารมณ์ในวันนั้นของตัวเอง...
คืนนั้น..เปิ้ลเอายาหม่องไปทาให้น้องปอ....
แล้ว..พูดกับน้องพร้อมร้องไห้ไปว่า.. น้องปอพี่ขอโทษนะ
น้องปอไม่พูดอะไรได้แต่นอนร้องไห้และไม่มองเปิ้ลเลย...
จำได้ว่าหลายวันทีเดียวที่เราไม่ได้คุยกัน...
-------------------------------------------------
...จากวันนั้น..จนวันนี้...น้องปอเรียนจบแล้ว....และน้องปอโตขึ้นมาก
แต่อย่างว่า.. น้องยังงัยถึงโตแค่ไหน...ก็ยังเป็นเด็กในสายตาเปิ้ล...
กลับกลายเป็นว่า..ตอนนี้พวกเราสองคนรักกันและห่วงกันมาก...
น้องปอจะทำอะไร..จะคิดถึงเปิ้ลก่อนเสมอ....
มีอะไรก็จะปรึกษา...และขอคำแนะนำจากเปิ้ล...
หลาย ๆ เรื่องเปิ้ลก็สามารถช่วยน้องได้...
แต่ก็ในหลาย ๆ เรื่องเปิ้ลก็ไม่สามารถช่วยน้องได้..
บางครั้ง..เปิ้ลก็มานั่งคิดว่า....เปิ้ลเป็นพี่ที่ไม่ได้เรื่องเลยถ้าเทียบกับพี่คนอื่น ๆ
โดยที่พี่คนอื่น ๆ สามารถช่วยเหลือน้องในด้านต่าง ๆ ได้...
เปิ้ลยังไม่มีหลักในชีวิต.....เปิ้ลยังไม่มีกำลังสามารถ..
ช่วยเหลือน้องตามที่น้องต้องการได้..
ในทางกลับกัน...เพื่อน ๆ เปิ้ลหลาย ๆ คนที่อายุรุ่นราวคราวเดียวกัน..
เค้ามีโน้นมีนี้....แต่เปิ้ลยังไม่มีอาไรเลย...จริง ๆ ในชีวิต.......
เพื่อนเปิ้ลคนหนึ่งพูดกับเปิ้ลแล้วทำให้เปิ้ลต้องสะอึก..
และกลับมาคิดในคำพูดของเพื่อน...... เพื่อนพูดว่า.....
เปิ้ล..คนเรานะ..ถ้าอายุ 35 แล้วยังไม่มีอะไร ก็จะยากที่จะสร้างแล้วนะ
เป็นคำพูดที่ก้องอยู่ในหัวเปิ้ลตลอดเวลา...ว่า
.
..อืม อาจจะจริง..อีกไม่กี่ปีก็จะถึงแล้ว..
ฉันยังไม่มีอาไรเลยจริง ๆ นะเนี้ย...ทำให้เปิ้ลต้องมานั่งทบทวน...
และเริ่มคิดอยากทำอะไร..ต่อมิอะไรอีกมากมาย...
บางทีเปิ้ลเผลอพูดกับพ่อแม่ว่า...เปิ้ลเนี้ยไม่ได้เรื่องเลยเนอะ
แทนที่ป่านนี้เปิ้ลจะมีอะไรที่ทำให้พ่อแม่อยู่สบาย ๆ ไม่ต้องมาลำบาก..
แต่เปิ้ลก็ยังไม่สามารถมีอะไรได้เลย.....เฮ้อ...
พ่อกับแม่ตอบมาว่า
.
.. ไม่ต้องคิดมากหรอก..แค่ลูกมีงานทำ...เป็นคนดี..แค่นี้พ่อกับแม่ก็ดีใจแล้ว
โห้..คำพูดนี้..ยิ่งทำให้เปิ้ลยิ่งคิดไปใหญ่..ว่าต่อไปนี้.
.
.คงต้องคิดสร้างอะไรแล้วแหละ...
...น้องปอมีความฝัน...อยากเปิดร้านรองเท้าส่ง..
.
..น้องปอปรึกษาตลอด..ว่าอยากทำ..
แต่..สิ่งที่ขาดคือปัจจัย..สิ่งที่เปิ้ลบอกน้องปอ...คือ
.
..ขอเวลาพี่ปีหนึ่งนะ...พี่จะหาทุนให้ทำ...
น้องปอ...ก็พยักหน้ารับ....และรอ...รอ...รอ...ว่าเมื่อไหร่พี่สาวคนนี้จะทำได้...เฮ้อ..
..เปิ้ลก็มีความฝัน...อยากมีกิจการอะไรซักอย่าง.....
ตอนนี้เรียกได้ว่า....ในหัวสมอง..มีโครงการโน้น...โครงการนี้...เต็มไปหมด...
และคิดว่าจะต้องทำให้ได้ในปีหน้า....(มั้ง....)
เพื่อจะหารายได้เสริม..ที่จะสามารถช่วยเหลือทางบ้านให้ดีขึ้นได้.....
เพื่อพ่อ..แม่..และน้องจะได้ไม่ลำบาก....เฮ้อ...(ถอนหายใจอีกซักครั้ง)
-------------------------------------------------
อ้าว อ้าว อ้าว....เขียนไปเริ่มเพ้อเจ้อ....อีกแย้ว....ขออภัย...อิอิ..
สรุปคือ...จากหนัง ม.3 ปี 4 เรารักนาย...เปิ้ลได้อะไร...???
หนังเรื่องนี้.....ทำให้เปิ้ลย้อนคิดถึงครอบครัว...
ย้อนคิดถึงพ่อกับแม่...ที่แก่แล้ว...และเหนื่อยกับการค้าขาย...
คิดถึงอนาคตของน้องสาว...
และคิดถึงอนาคตของตัวเอง......
....??????.....
-------------------------------------------------
.....หนึ่งประโยคที่ประทับใจก่อนออกจากโรงหนังคือ...
ถ้าวันหนึ่ง...มีใครสักคนพูดกับเปิ้ลว่า.....
อยากให้ตอนอายุ 80 ตื่นขึ้นมา...แล้วได้เห็นหน้า.
.
.คุณยายเปิ้ล..แล้วได้นอนกอดข้าง ๆ จัง
หุหุ...คงเป็นความฝัน...เพ้อเจอ...คราย..จะมาทนอยู่กับเราได้จนอายุ 80....เนอะ...
-------------------------------------------------
ขอบคุณทุก ๆ กำลังใจที่มอบให้คะ...
ขอบคุณทุกท่านที่นั่งทนอ่าน...เรื่องไร้สาระ...จนจบคะ......
ขอบคุณทุกท่านที่ผ่านเข้ามาอ่านแล้วทิ้งข้อความน่ารัก ๆ เอาไว้คะ
ขอบคุณทุกท่านที่ผ่านเข้ามาอ่านแล้วออกไปอย่างเงียบ ๆ ด้วยคะ..
ขอให้พระคุณพ่อ พระคุณแม่ คุ้มครอง..
ขอให้พระคุ้มครองทุกคน
ขอให้ทุกคนมีแต่ความสุขทุกวันคะ